เล่นกับตัวเลขเพื่อทำคะแนน
คุณจะทำอย่างไรเมื่อหนึ่งในเรือทองของคุณทำงานไปถึงจุดที่เขาไม่ต้องการคุณอีกแล้ว (อ้างอิงกับบทที่ 10 หรือ Napkin Presentation 9 นะครับ) คุณจะว่างพอที่จะไปช่วยเหลือคนใหม่และสร้างสายงานใหม่อีกครั้ง “สายงาน” นั้นหมายถึง เมื่อคุณมีทีมงานลึกลงไปอย่างน้อยสามชั้น
เมื่อคุณมีทีมงานสักปริมาณหนึ่งแล้ว แทนที่คุณจะคิดว่าคุณจะหาใครเข้ามาร่วมธุรกิจอีกดี คุณควรใช้เวลาในการทำงานร่วมกับใครบางคนที่เอาจริงและเห็นโอกาสที่จะเกษียณเร็วในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ใต้ 5 คนเอาจริงของคุณ การที่คุณพบใครบางคนที่เห็นโอกาสเช่นคุณเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากนะครับ คุณจะมีพลังงานมหาศาลเมื่อคุณเข้าใจและมีความเชื่อ
สมมติว่าคุณมีทีมงานติดตัวคนที่ 6 เพิ่มขึ้นเพราะว่าใครบางคนของคุณไม่ต้องการคุณอีกต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นครับ 5 กับ 6 นั้นต่างกันเท่าไหร่ครับ หนึ่งใช่ไหม แล้วลองคำนวณลงไปในทางลึกสิครับ หากทุกคนที่ติดตัวคุณสามารถหาทีมงานติดตัวคนใหม่ของเขาเองได้ เนื่องจากคนของเขาบางคนไม่ต้องการความช่วยเหลืออีกแล้วจะเป็นเช่นไร 6 คูณ 6ได้ 36 ในขณะที่ 5 คูณ 5 ได้ 25 คุณจะเห็นว่า 36 กับ 25 ต่างกัน 11
แล้วลองคำนวณในชั้นลึกอีกชั้นสิครับ 25 คูณ 5 ได้ 125 แต่ 6 คูณ 36 ได้ 216 ถ้าคุณลบเลขไม่ผิดคุณจะเห็นว่าต่างกันถึง 91 เลยทีเดียว ตอนที่คุณนำเรื่องนี้ไปสอนทีมงานของคุณคุณควรได้รูปภาพประมาณนี้ครับ

ให้คุณคูณตัวเลขลงไปอีกจนถึงชั้นที่ 7 ครับ คุณจะได้ภาพประมาณนี้

หลังจากนั้นให้คุณถามนักเรียนของคุณให้ลองทายว่า ผลต่างในชั้นที่ 7 จะเป็นเท่าไหร่ พวกเขาทายไม่ถูกแน่ๆ ครับ บางคนอาจเดาไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ ความต่างในระดับชั้นที่ 7 จะเท่ากับ 201,811 ครับ ภาพสุดท้ายที่คุณควรจะเขียน ควรเป็นเช่นนี้

คุณคงเห็นได้ชัดเจนนะครับว่า สองแสนกว่าๆ ค่อนข้างส่งผลต่างมากทีเดียว คุณเห็นไหมครับ ความสำคัญของการทำงานร่วมกับคนของคุณ ลงไปในทางลึก ว่าสำคัญแค่ไหน คุณจะกังวลกับการหาทีมงานติดตัวมากๆ ไปทำไมกันครับ ในเมื่อคุณก็ทำงานกับร่วมกับเขาไม่ได้ทุกคนอยู่ดี
นอกเหนือจากนั้น การอุปถัมภ์คนส่วนตัวมากเกินไปคุณอาจต้องเล่นเกมส์บวกและลบอยู่ตลอดเวลา แต่ผมเสนอให้คุณเล่นเกมส์แห่งการคูณที่เรียกว่า MULTI-level Marketing หรือ MLM ดีกว่าครับ
ผมอยากให้คุณสอนคนที่ติดตัวคุณ ว่าเขาต้องช่วยทีมงานติดตัวของเขาสร้างสายงานลงไปสามชั้นลึก ยกตัวอย่างเช่น สมมติผมชื่อ ก และผมอุปถัมภ์ ข ผมพูดกับ ข ว่า “เมื่อคุณอุปถัมภ์ใครบางคน ขอให้ลงไปทำงานกับเขาและช่วยให้เขาสร้างสายงานสามชั้นลึก” การทำเช่นนี้จะเป็นการนำข้อดีของ Napkin Presentation 9 (แรงกระตุ้น) ออกมาใช้ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเสียอีก
นาย ข เป็นนักเรียนที่ดีมากครับ เมื่อเขาอุปถัมภ์ ค เขาช่วยนาย ค ให้สร้างสายงานสามชั้นลึก คุณควรวาดภาพประกอบด้วยครับ ซึ่งควรจะได้ภาพแบบนี้
เซลล์แมนส่วนมากเมื่อเขาเริ่มสร้างธุรกิจ เขารู้ว่าธุรกิจนี้ต้องสปอนเซอร์ สปอนเซอร์ แล้วก็ สปอนเซอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจนี้ต้องสปอนเซอร์ แล้วสอน สอน สปอนเซอร์ แล้วสอน สอน สปอนเซอร์ แล้วสอน สอน ต่างหากครับ
คุณจะไม่ประสบความสำเร็จอะไรทั้งสิ้นเลยจนกว่าคุณจะสอนให้คนอื่นรู้ว่าจะทำมันให้สำเร็จได้อย่างไร แล้วถ้าคุณจะสอนใครได้ คุณต้องมีความรู้ก่อนใช่ไหมครับ คุณเองต้องเป็นคนศึกษาคนแรกครับ
ขอย้อนกลับไปพูดถึงตัวอย่างตอนต้นของบทนี้สักหน่อยนะครับ ถ้าหากคุณคูณเลขลงไปถึงชั้นที่ 4 คุณจะได้ 1296 ซึ่งลบกับ 625 แล้วได้ 671 คุณจะเห็นผู้จำหน่ายรวมของด้านซ้ายคือ 780 ผู้จำหน่ายรวมของด้านขวาคือ 1554 และผลต่างรวมของทั้ง 4 ชั้นคือ 744 คน คุณน่าจะได้รูปภาพประมาณนี้ครับ

คุณรู้ใช่ไหมครับ ว่าจะพูดอะไรต่อไป เริ่มด้วย คูณ 780 และ 1554 ด้วย 10 คน (ซึ่งก็คือลูกค้าที่เป็นเพื่อน) แล้วตามด้วยการบวกลูกค้าที่เป็นผู้จำหน่าย จะได้จำนวนลูกค้ารวม แล้วคูณปริมาณการสั่งซื้อต่อคนต่อเดือน จะเป็นหนึ่งพัน สองพัน หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ คุณจะได้ยอดขายต่อเดือนรวมทั้งองค์กรใช่ไหมครับ แล้วถ้าต้องการทั้งปีก็คูณด้วย 12 เข้าไป
คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับ ว่าคน ๆ หนึ่งจะเกษียณในหนึ่งถึงสามปีโดยการทำงานร่วมกับคนเพียง 5 คนได้อย่างไร อย่าลืมนะครับสำคัญมาก คุณทำไม่ได้แน่นอนหากปราศจากการทำทีมทางลึกอย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะเป็นการหาสมาชิกด้านกว้าง
คุณสามารถนำบทเรียนนี้ไปคุยต่อทันทีจากบท NP1 ก็ได้นะครับ
ที่มาและขอบคุณเพื่อนร่วมธุรกิจ : http://ogworldwide.biz/th/10-napkin-presentations/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น