ขุดให้ลึกถึงชั้นหิน
การเสียกำลังใจและท้อถอยเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้คุณกำลังอุปถัมภ์ต้องเผชิญหากคุณไม่สามารถทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้วิ่งนำในธุรกิจได้
เพื่อให้คุณเข้าใจในประโยคข้างต้น ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่ายๆ ต่อไปนี้ สมมติว่าในการวิ่งแข่งครั้งหนึ่งมีบุคคลสามกลุ่มกำลังวิ่งอยู่ กลุ่มแรกคือผู้ที่วิ่งช้าและอยู่รั้งท้าย กลุ่มที่สองคือพวกที่วิ่งเกาะกลุ่มกันตรงกลาง และกลุ่มที่สามคือผู้ที่วิ่งเร็ว และวิ่งอยู่ด้านหน้า ผู้ที่วิ่งช้าจะพยายามวิ่งให้ทันกลุ่มกลาง ส่วนผู้วิ่งเร็วก็จะพยายามรักษาระดับอยู่ด้านหน้าเสมอ
ผู้วิ่งช้าจะมองไปข้างหน้าและพบผู้ที่วิ่งเร็วกว่าเขาอยู่มากมาย เขาจะรู้สึกเสียกำลังใจทันทีเมื่อเขารู้ว่าไม่มีทางที่เขาจะวิ่งแซงกลุ่มหน้าได้เป็นแน่ สุดท้ายเขาอาจหยุดวิ่งหรือยอมรับในความพ่ายแพ้นั้น การปล่อยให้นักธุรกิจใหม่ที่ทำอะไรไม่เป็นเริ่มต้นธุรกิจของเขาเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้นักวิ่งที่วิ่งไม่เป็นลงสู่สนามแข่งขันนั่นแหละครับ

ดังนั้นอย่าให้เขานับเดือนที่เขาเข้าสู่ธุรกิจจนกว่าเขาจะผ่านเดือนหรือช่วงเวลาในการฝึกอบรมของเขาเสียก่อน ซึ่งแต่ละคนอาจใช้เวลาต่างกันไป ในการแข่งขันที่ดีนั้นนักแข่งควรได้รับการฝึกฝนให้เพียงพอเสียก่อน เมื่อคุณอุปถัมภ์ใครก็ตาม บอกให้เขาทราบด้วยว่า สองถึงหกอาทิตย์แรก เป็นช่วงเวลาในการฝึกอบรมของเขา เดือนหน้าจึงค่อยเป็นเดือนแห่งการเริ่มต้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอ่าน, ฟัง การประชุมที่เขาเข้าร่วม สินค้าที่เขาลองใช้และเคลื่อนไหวมัน ทั้งหมดเป็นการฝึกอบรมให้เขาพร้อมจะเป็นผู้วิ่งนำในเดือนที่เขาเริ่มออกวิ่ง หากเดือนหน้ามาถึงแล้วคุณพบว่าเขายังไม่พร้อม ก็บอกกับเขาไปเลยว่าเขาต้องการการฝึกอบรมเพิ่มอีก อย่าให้เขาเริ่มนับจำนวนเดือนในธุรกิจจนกว่าเขาจะพร้อมและเอาจริงเอาจัง เมื่อเขาพร้อมแล้วเขาจะลงสนามแข่งขันในฐานะของผู้วิ่งนำ และเขาจะวิ่งได้เร็วเสียด้วย เขาจะวิ่งนำผู้อื่นแล้วเขาจะไม่หยุดวิ่ง
ในการแข่งขันครั้งนี้มีข้อดีข้อหนึ่งคือทุกๆ คนมีเส้นชัยเป็นของตัวเอง ทุกคนสามารถเป็นผู้ชนะได้ถ้าไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน มีปรัชญาข้อหนึ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายที่ผมชอบมาก ผมติดไว้ในห้องทำงานของผมและผมอ่านมันเสมอ
ผู้แพ้คือผู้ที่ล้มเลิกเท่านั้น
ข้อดีอีกอย่างของ Napkin Presentations คือเมื่อคุณจัดอบรมมันคุณจะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่ผมได้แสดงบทเรียน 2X2=4 ผมจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งในความเป็นไปได้ของธุรกิจเครือข่าย
เมื่อคุณอ่านและทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปในหน้าถัดไปคุณจะรู้สึกตื่นเต้นและมีกำลังใจ ทุกครั้งที่คุณเห็นอาคารสูงตระหง่านแห่งใหม่กำลังถูกก่อสร้างขึ้น
เอาหละ คุณจะเริ่มสร้างอาคารหลังนี้ด้วยตัวเอง ลองนึกภาพตึกระฟ้าเหมือนดังองค์กรของคุณเองในสักวันข้างหน้า ลองคิดดูให้ดีว่าคุณจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะสร้างมันให้สำเร็จ
เมื่อคุณเริ่มอุปถัมภ์ห้าคนเอาจริงของคุณ คุณกำลังขุดดินลงไป ด้วยพลั่ว หรือเสียม ดังภาพข้างบน แต่หากคุณขุดลึกลงไปถึงชั้นที่สองโดยการช่วยคนของคุณอุปถัมภ์คนอื่น เมื่อองค์กรของคุณมี 25 คน คุณต้องนำรถแทรกเตอร์มาใช้แล้ว

เมื่อคุณสอนคนของคุณ ให้รู้วิธีในการสอนคนของเขาอุปถัมภ์ผู้อื่น คุณกำลังจะลงลึกไปถึงชั้นหิน เมื่อคุณเห็นคน 125 ในชั้นที่ 3 ของคุณเมื่อไหร่ คุณได้ขุดเจอชั้นหินแล้ว ตอนนี้คุณต้องการ รถขุดขนาดใหญ่ เพื่อช่วยในการทำงาน
เมื่อคุณขุดลึกลงไปอีก หรือเมื่อคุณสร้างองค์กรชั้นที่ 4 ได้สำเร็จ อาคารของคุณกำลังเริ่มสูงขึ้นจากพื้นดินแล้ว คุณจะเริ่มมองเห็นอาคารของคุณเอง และมันจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น หากคุณอยู่ในธุรกิจเป็นเวลานานแต่ยังไม่เห็นอะไรเกิดขึ้น อย่าท้อถอย หรือล้มเลิก คุณกำลังสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจของคุณอยู่ ถ้าคุณเลิกไปเสียก่อนมันก็เหมือนกับนักขุดทองที่ใช้เวลานานนับเดือนขุดเหมืองทอง แต่กลับล้มเลิกไปตอนที่สายแร่ทองคำอยู่ต่ำกว่าเขาเพียงแค่หกนิ้วเท่านั้น
ย้อนกลับไปที่เซลล์แมนอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เขาล้มเลิกและไปหาอย่างอื่นทำตอนที่เขาเกือบจะถึงชั้นหิน และก่อนที่เขาจะเห็นอาคารของเขาโผล่จากพื้นดินนิดเดียวเท่านั้น โดยธรรมชาติของธุรกิจเครือข่ายคุณจะไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจนกว่าคุณจะขุดลึกลงไปสี่ชั้นเสียก่อน ไม่จำเป็นว่าทั้งห้าสายงานของคุณจะต้องลึกลงไปสี่ชั้นพร้อมๆ กัน แค่สายใดสายหนึ่งถึงระดับที่ 4 ก็แปลว่าคุณสามารถเห็นผลลัพธ์ของธุรกิจของคุณแล้ว

ภาพข้างบนแสดงให้เห็นถึงรากฐานของตึกที่ผู้สร้างใช้วิธีอุปถัมภ์คน 130 คนในทีเดียว เขาจะไม่ไปถึงชั้นหินแม้ว่าทั้ง 130 คนนั้นจะออกไปอุปถัมภ์คนอีกคนละ 5 คนได้สำเร็จได้เป็นองค์กรขนาด 780 คนก็ตาม หากปราศจากรากฐานที่ลึกถึงชั้นหินหละก็ อาคารนี้ก็ไม่สามารถก่อสร้างให้สูงได้เพราะมันก็จะพังลงมาในที่สุด
ถ้าเปรียบเรื่องของเซลล์แมนคนข้างบนเป็นการขับรถไปเชียงใหม่ การที่เขาอุปถัมภ์คนไป 130 คนทำให้เขาอยู่ในเกียร์หนึ่งมากเกินไป ต่อให้คนทั้งร้อยสามสิบของเขาอุปถัมภ์คนได้ห้าคน เขาอยู่ที่เกียร์สอง และก็ไม่มีทางที่จะขยับออกจากเกียร์สองได้ จงศึกษา Napkin Presentations ทั้งสิบข้อและนำมันไปใช้ ผมไม่อยากให้คุณติดอยู่ในตำแหน่งเกียร์สอง สร้างองค์กรให้ลึกลงไปถึงชั้นหิน แล้วคุณจะสามารถเข้าเกียร์สูงได้สำเร็จ
เมื่อคุณศึกษาไปถึง Napkin Presentation 9 (บทที่ 10) ซึ่งเกี่ยวกับทรรศนะคติและแรงกระตุ้น คุณจะเห็นชัดมากขึ้นถึงความสำคัญของการสร้างองค์กรให้ลึก แทนที่จะสร้างให้กว้าง
ก่อนที่คุณจะอ่านบทถัดไปผมอยากย้ำกับคุณอีกครั้งว่าคุณต้องแสดง บรรยาย อบรม ส่งให้อ่าน หรือทำอย่างไรก็ได้ให้คนของคุณเข้าใจในสี่ข้อแรกของ Napkin Presentations อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วน NP5-10 มีไว้สำหรับอบรมคนของคุณหลังจากเขาเริ่มธุรกิจของเขาแล้ว
ที่มาและขอบคุณเพื่อนร่วมธุรกิจ : http://ogworldwide.biz/th/10-napkin-presentations/
ที่มาและขอบคุณเพื่อนร่วมธุรกิจ : http://ogworldwide.biz/th/10-napkin-presentations/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น